ข้อความประจำหมวดหมู่
หยก ของร้านเราคือ" แร่เจไดท์ " Jadeite
@ หยกมีหลายสี เนื้อหลายแบบ ความแข็งที่ 6.5-7 ทนทาน,เหนียวดี
@ หยกคุณภาพสูงของร้านเราจะเรียก หยกจักรพรรดิร์ (imperial jade) จากประเทศพม่า
"บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนตัว" ของคุณตูมตาม โปรดพิจารณาในการรับข้อมูลและอ้างอิง
@ "หยก" นิยมเรียกรวมกันสั้นๆว่า "Jade เจด" พูดถึงในที่นี้ก็คือเรื่องของ หยกเนื้อแข็ง หรือ Jadeite
ในท้องตลาดประเทศไทยทุกวันนี้ มีหยกจำหน่ายมากมาย โดยแทบทั้งหมดนำเข้ามาจากประเทศพม่า แยกเป็น ก้อนดิบ ก้อนดิบเปิดหน้ามา(ผ่าแล้ว) และเจียรนัยสำเร็จ เช่น เจียรนัยหลังเบี้ย,งานแกะสลัก,กำไล,ลูกประคำและอื่นๆ ส่วนงานจิวเวลรี่สำเร็จไม่มีนำเข้าส่วนมากจะผลิตขึ้นรูปในประเทศไทย รวมถึงตลาดล่าง หยกคุณภาพต่ำ หยกผ่านการปรับปรุงคุณภาพแล้ว จนถึงหยกสังเคราะห์เลีบนแบบ
มีขายทุกชนิด มีตั้งแต่คุณภาพสูงจนถึงต่ำ ส่วนใหญ่จะให้ความนิยมกับหยกสีเขียว และสีอื่นๆรองลงมา รสนิยมความชอบของแต่ละท่าน,แต่ละประเทศ ไม่เหมือนกัน เช่น คนไทยสีต้องมาก่อนเนื้อ , คนจีนชอบเนื้อส่วนสีมาที่หลัง , คนฮ่องกงเล็กไม่ว่าขอสวยเลย , คนไต้หวันชอบสีเข้มๆถึงดำแต่เนื้อต้องใส หลากหลายคละกันไปตามความพอใจ
@ "หยก Jadeite" อ่านแบบไทยๆว่า หยกเจไดท์ ในความหมายบ้านๆก็ "หยกเนื้อแข็ง" (ผมไม่ใช่อาจารย์และคุณๆก็ไม่ใช่นักเรียน สูตรเคมีคงไม่ต้อง ไปหาความรู้กันเอาเองเน้อ)
1. คุณสมบัติคร่าวๆ คือ
-
เป็นแร่ธาตุธรรมชาติ Minerals พบได้หลายแหล่ง แหล่งสวยๆที่ก็ประเทศพม่า
-
โครงสร้างเป็นผลึก แอกริเกท Aggregate (จับตัวไม่เป็นระเบียบ) คือจับตัวเป็นก้อน และโครงสร้างด้านในแน่นมากๆ (อธิบายไม่ถูก คล้ายเนื้อหินอ่อนเป็นก้อนๆ)
-
เนื้อหยกมีแบบทึบแสงจนถึงโปร่งใส เนื้อในวาวแบบฉาบน้ำผึ้ง
-
ความแข็ง 6.5-7 และเหนียวทนทาน
-
มีได้หลายสี "เขียว-ม่วง-ขาว-เหลือง-ส้ม-น้ำตาล-ดำ-เทา-ใสไร้สี" หรืออื่นๆ
2. ชื่อการค้า(หลักๆของเรา)
-
หยกจักรพรรดิ (Imperial Jadeite) สีเขียวสดหวาน ไร้ตำหนิ เนื้อโปร่ง สีเสมอ ( เป็นศัพท์ทางการค้า คือสวยๆๆๆๆๆ นั่นเอง)
-
หยกกรีนแอปเปิ้ล (Apple Green Jadeite) สีแปร สีเขียวอ่อน สีใบตองอ่อน สีเขียวสว่าง
-
หยกดำ (Black Jadeite) สีดำสนิด หรือ เขียวเข้มจนดำแล้วถ้าแสงผ่านเนื้อจะเห็นเป็นสีเขียว
-
หยกลาเวนเดอร์ (Lavender Jadeite) สีม่วงอ่อนถึงม่วงอมน้ำเงิน
-
หยกคละสี (Multi color) อาจมีหลายสีในชิ้นเดียวกัน หรือหยกสีอื่นๆชื่อตรงตัว
-
หยกน้ำแข็ง เนื้อจะใส โปร่ง กึ่งใส (ศัพท์การค้าเยอะมากเช่น Icy - Glassy Jadeite คือ เนื้อน้ำแข็ง เนื้อกระจก)
-
และอื่นๆที่ตั้งชื่อกันมา
3. การคัดเลือกหยก (แบบคุณตูมตาม)
-
สี หยกนั้นมีหลายสีหลักและเฉดสีย่อยๆ สีที่มีความต้องการที่สุดคือ สีเขียวสด หยกเขียวมีหลายโทนสี ยกตัวอย่างตั้งแต่สีเขียวเข้มเข้ม-เขียวอ่อน (ลักษณะดูจากสีพื้นโทนไล่สีน้ำเงิน-เหลือง) ที่สำคัญที่สุดคือ ความสม่ำเสมอเส้นสีทำให้เกิดโทนสีต่างๆ หรือที่เรียกว่า สีสดสวยและสีเต็ม และหากมีหลายสีในชิ้นเดียวก็ต้องมีความลงตัวและเฉดสีที่สวยงาม
-
เนื้อ คือ เนื้อดีต้องโปร่งแสงไล่มาถึงทึบแสง
-
ความสะอาด ต้องสังเกตุมลทินต่างๆ เช่น ตะกอนจุดดำ จุดขาว ค่าความสอาดด้วยตาเปล่า รวมไปถึงการแตกร้าวโดยธรรมชาติของเนื้อหยก
-
ความสมบูรณ์ของการเจียรนัยหรือแกะสลัก เช่น รูปร่าง ขนาดใหญ่เล็ก ความสมส่วน-สัดส่วน ความยากง่าย ความละเอียดในการขัดเงา
- ความหายากหาง่าย ก็มีผลมาก เช่น หยกสวยๆ 3 สี ม่วง+เขียว+แดง ในเม็ดเดียวกัน , หยกสีฟ้า ,หยกใสแบบกระจก
- หยกผ่านการปรับปรุงคุณภาพหรือไม่ **** ต้องใช้ประสบการณ์มากๆและแน่นอนต้องใช้เครื่องมือที่ทันสมัยจากสถาบันในการตรวจสอบ





4. การปรับปรุงคุณภาพหยก คือ วิธีการต่างๆทำให้หยกดูดีสวยขึ้นกว่าเดิม (หยกแท้ แต่ต้องถามต่อว่า ผ่านการทำอะไรมามั้ย) เข้าใจว่า ประเทศฮ่องกง เป็นผู้คิดหลักการนี้และยึดถือต่อกันมาเป็นหลักสากลเพื่อใช้อธิบาย ใช้คำว่า Type แยกประเภท (ไม่ใช่แยกเกรดความสวยนะครับ)
- Type A คือ หยกธรรมชาติสด 100% ที่ไม่ได้ผ่านการปรับปรุงคุณภาพใดๆ
- Type B คือ หยกธรรมชาติ ที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพใดๆมา เช่น ฟอกสี กัดกรด เคลือบผิวหรือสารพอริเมอร์ (ศัพท์บ้านๆก็ "หยกอาบน้ำ")
- Type C คือ หยกธรรมชาติ ที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพโดยการ ย้อมสี
- Type B+C คือ ผ่านการปรับปรุงคุณภาพ โดย ย้อมสี+อาบน้ำ
5. การประเมินค่าหยก
- ต้องเอาทั้งหมดทุกข้อของ 1.2 และ 1.3 มารวมกัน แล้วมาพิจารณา เพราะในโลกความเป็นจริงไม่มีเม็ดไหนหรืองานชิ้นไหนที่สมบูรณ์ 100% ต้องมีบ้างลดทอนกันไป ยกตัวอย่าง หยกสีเขียวสวยแต่เนื้อทึบ , หยกสีสวยมากๆแต่มีรอยแตก , หยกสีเขียวอ่อนสวยแต่รูปร่างบาง , หยกสีม่วงอ่อนแต่รูปร่างอูมสวย , หยกแกะสลักสีดีเนื้อดีแต่งานแกะสลักฝีมือไม่สวยเลย.... บางท่านก็ไม่สนใจเรื่องหลักการนี้เลย แค่สวย-ชอบ-ใช่ ก็ OK แล้ว
- หยกแท้ๆนั้นต้องพิจารณาให้ลึกว่า ตรงกับความต้องการของท่านๆหรือไม่ ยึดเป็นสิ่งที่สำคัญไม่ใช่เรื่องราคาซะทีเดียว

6. พลอยชนิดอื่นๆที่คล้ายหยก (เห็นอะไรเขียวๆอย่าเพิ่งเข้าใจและเรียกว่า หยก)
- หยกเนฟไฟร์ท Naphrite หรือ เรียกติดปากว่า "หยกเนื้ออ่อน" ลักษณะใกล้เคียงกับหยกเจไดท์มากๆ
- เมาซิทซิท Maw-sit-sit เมื่อก่อนรวมหมวดเดียวกันแต่เดี๋ยวนี้แยกประเภทชัดเจน
- กรอสซูลาไรท์-กาเนท Hydro grossularite garnet โกเมนเนื้อละเอียดสีเขียว
- เซอเพนทีน Serpentine
- เวอร์ไดท์ Verdite
- กรีนคริสโซเพรส Chrysoprase Chalcedony
- คาลไซท์ Calcite
- ควอทซ์ Green Quartz
- โมรา อาเกตเขียว Agate
@ เก็บตกเล็กๆน้อยในการเรื่อง "หยก" มองและพิจารณาแบบบ้านๆและจับต้องได้นะครับ
1. แนะนำอุปกรณ์เบื้องต้นใช้ในการดูดังนี้
- กล้องส่อง Loupe ขนาดขยาย 10X-15X ใช้ส่องดูผิวและเนื้อ เรียกว่า ตีกล้อง (วิธีดู ให้ใช้ตาข้างใดข้างหนึ่งเล็งโฟกัส แล้วลืมตาอีกข้างไว้ จะดูเป็นมืออาชีพดี)
- ไฟฉายแรงสูง แนะนำให้ส่องจากก้นขึ้นบน หรือ ด้านข้าง ไว้ดูรอยแตกและเม็ดสี
- ปากคีบ ใช้จับหยกที่มีขนาดเล็กๆ ดูรายละเอียดการขัดเงา
- ผ้าเช็ดพลอย ผ้าที่ไม่มีขนและไม่ซับน้ำมัน
2. ข้อแนะนำในการดูหยกแบบตาเปล่า
- การดูหยก ส่วนมากจะดูตอนกลางวัน-บ่าย ไม่ควรดูในสตูดิโอหรือตู้โชว์ที่จัดแสงแล้ว สีอาจเพี้ยนได้
- ดูตาเปล่าระยะห่าง 1 ฟุต เพราะให้นึกถึงในการใช้งานจริง ไม่มีใครมานั่งส่องตีกล้องแน่ๆ
- ให้ดูทั้ง แสงแดด , ที่ร่มไม่มีแสงหรือแสงน้อย และ ไฟหลอดสีขาว เพื่อดูสีและเนื้อชัดๆ

3. การดูสี เนื่องจากหยกนั้นเน้นที่สี สีต่างกันนิดเดียวราคาก็เปลี่ยนไป ดังนั้น ควรมีการ "เทียบสี" คือควรมีหยกในดวงใจสักเม็ดใส่ไว้เป็นตัวหลัก ตัวยืน แล้วนำเม็ดอื่นๆที่ต้องการดูนำมาเทียบในลักษณะเดียวกัน เช่น ใส่แหวนอยู่หรือเป็นเม็ดเดียวๆไม่มีเรือน มาวางไว้ในฝ่ามือหรือสวมที่นิ้ว จะเห็นความแตกต่างของสีชัดเจน ** เลือกว่า หยกเทียบกันแล้ว จบเลย"
4. การเลือกซื้อหา แนะนำให้เลือกซื้อกับ ร้านที่ท่านมั่นใจ เพราะส่วนมาก หยกจะแท้แต่ความสวยนั้นขึ้นกับความพอใจของแต่ละท่าน และที่สำคัญควรซื้อหยกที่มีราคาระบุชัดเจน
5. วิธีสังเกตุ "หยกอาบน้ำ" เบื้องต้น****
- ต้องอธิบายก่อนว่า "หยกอาบน้ำไม่ใช่ไม่ดี" นะครับ หยกอาบน้ำเป็นหยกแท้ๆแต่ผ่านการแก้ไขและปรับปรุงหยกนั้นๆให้ดีและสวยขึ้น บางท่านรับได้,บางท่านก็รับไม่ได้ เพราะราคาต่างกันมาก แต่งานทุกชิ้นย่อมมีต้นทุนค่าตัว ก็แนะนำว่า "ซื้อได้-แต่ไม่อย่าซื้อในราคาสูง"
- หยกอาบน้ำ เท่าที่พบในท้องตลาดประเทศไทยส่วนมาก จะเป็น กำไล,ลูกประคำ,งานแกะสลัก,แหวนกลึง
- หยกอาบน้ำ คือ หยกที่กันกรดและอาบสารเคมีใสๆเคลือบไว้ เพื่อปกปปิดข้อด้อยต่างๆเช่น หลุม รอยแตก
- วิธีดูเบื้องต้น *** ให้สังเกตุโดยใช้กล้องขยายดูที่ผิวของหยก จะเห็นเป็นแผ่นฟิล์ม หรือ ลักษณะคล้ายกาวตราช้างใสๆ อูดอยุ่ หรือ จะเห็นรอยแตกเล็กๆยิบๆที่ผิวเหมือนคนผิวแตกแห้งกร้าน แต่สามารถหายไปหากขัดเงาใหเรียบเสมอ จึงต้องแยกให้ออกระหว่าง เนื้อหยกใสกับสารเคมีใส ซึ่งอาจเหมือนกัน ดังนั้นให้สังเกตุหลายๆจุดให้ทั่ว
- ดูผิวลึกๆอาจพบฟองอากาศ หรือ เม็ดสีที่ต้องการใส่ที่ไม่แตกตัว ในสารเคมีเคลือบผิวและแทรกผิว
- ส่วนเนื้อ ให้สังเกตุ สีเนื้อไม่เสมอเป็นหย่อมหรือเป็นจุด เพราะสารเคมีซึมไปไม่ทั่วชิ้น
- หยกอาบน้ำ+สี คือ หยกที่กัดสีและเคลือบสีและซึมเข้าไปในผิวและเนื้อ สีจะไม่คงทน อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ถือว่าปลอมมั้ยอยู่ที่ความตั้งใจของผู้ขายมากว่า เพราะดูยากมากๆ ดังนั้นเห็นสีแปลกๆหรือสีจัดๆ ให้สงสัยไว้ก่อน และราคาประกอบ เพราะหยกสดๆกับผ่านการทำอะไรมา ราคาต่างกันมากๆ
- วิธีที่แน่นอน 100% ตอนนี้คือ เข้าห้องตรวจตามสถาบันที่รับตรวจหยก และที่สำคัญถามเค้าเลยว่า มีเครื่อง FTIR มั้ย เพราะแต่ละสถาบันเครื่องมือไม่เท่ากัน (ให้สังเกตุที่ใบตรวจฉบับเต็ม จะระบุว่า ตรวจสอบด้วยเครื่องมือใดบ้าง) บางสถาบันตรวจแต่ว่าหยกแท้ไม่แท้ แต่ไม่ได้ตรวจสารพอริเมอร์ หากใช้เครื่องนี้คุณจะมั่นใจได้แน่นอนว่า หยกนั้นผ่านการตรวจสารพอริเมอร์แล้ว

6. หยกแกะสลักส่วนใหญ่ คนไทยจะเรียกติดปากว่า "หยกจีน" ความหมายคือ "หยกของพม่าแต่แกะสลักโดยคนจีน" เนื่องจากคนจีนนิยมงานแกะสลักและที่สำคัญงานฝีมือแกะสวยงามมากๆ
7. ความพิเศษของหยกนอกเหนือจากหลักการต่างๆ คือ ลักษณะเด่น - ด้อย หรือ ผิดธรรมชาติ ก็อาจทำให้มีผลต่อมูลค่าทันที
8. เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ยังหยกมีให้เลือกเยอะ และราคาธรรมดาๆอยู่เลย ปัจจุบันนี้ราคาปรับตัวสูงขึ้นมาก เพราะประเทศจีนเศรษฐกิจดีมาแรงมากๆและความต้องการสูง ดังนั้น หยกสวยคุณภาพดีจากพม่าจึงไหลไปยังที่ที่มี "ตลาดดี" คือ ราคาดีกว่า ดังนัน้ท่านๆที่อยู่ในประเทศไทยไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม หยกสวยๆบ้านเราถึงไม่ค่อยมี เพราะ ราคาสู้ประเทศอื่นไม่ได้นั่นเอง "ราคาไม่ถึง" ใครมีหยกสวยๆสดๆก็เก็บไว้ดีเน้อ
9. ธรรมชาติเอาแน่เอานอนไม่ได้ เหนือฟ้ายังมีอวกาศ ดังนั้น หยกธรรมชาติอะไรๆก็เกิดขึ้นได้อย่าคิดมาก อาจมีสิ่งมหัศจรรย์ที่เรายังไม่เคยเจอหรือพบ อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้แท้-ปลอม-เก๋ ครับ ค่อยๆคิดและพิจารณา
****อ่านจนจบ เริ่ม "หลอน" ไม่กล้าซื้อหยกเลย เอาเป็นว่าอย่าคิดมาก "หยก" คือธาตุมงคลจากธรรมชาติครับ****









