รายละเอียดบทความ

แก้วโป่งข่าม สิ่งควรรู้...ก่อนเลือกโป่งข่ามสักเม็ด

** บทความนี้เป็น ความคิดเห็นส่วนตัวของร้านตลาดพลอยแม่สอด **

**โปรดใช้วิจารญาณในการรับข้อมูล **

สิ่งควรรู้...ก่อนเลือกโป่งข่ามสักเม็ด บทความนี้ผมเขียนขึ้นคาดหวังว่า จะนำโป่งข่ามซึ่งเป็นพลอยที่ผมรัก เผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างถูกต้อง เพราะมีเพื่อนๆและผู้ที่สนใจในพลอยโป่งข่ามมากขึ้นเรื่อยๆ และอยากเปิดศาสตร์ความรู้ที่ไม่มากไม่น้อยของผมให้เพื่อนๆได้รับทราบเพื่อวงการโป่งข่ามเราจะได้ไม่สูญหายไปตามกาลเวลา

***ย้ำ...ไม่ต้องการขายแต่เป็นเพียงความรู้อันน้อยนิดของผม อยากให้เพื่อนๆได้รู้***

1. โป่งข่ามคืออะไร

  • โป่งข่ามเป็นศัพท์โบราณของภาคเหนือ "โป่ง" แปลว่า แหล่งหรือวัตถุ พอง,งอก,ปวม,โพล่ออกมา และคำว่า "ข่าม" แปลว่า เป็นศัพท์ของภาคเหนือหมายความว่า อยู่ยง ยั่งยืน "โป่งข่าม" แปลรวมๆคือวัตถุหรือแหล่งที่มีความคงกระพัน มั่นคง หรือแล้วแต่คนจะแปลความหมายครับ
  • โป่งข่าม คือ หมวดย่อยของแร่ควอทซ์ที่มีรูปผลึกและมีมลทินปรากฎอยู่ด้านใน หรือเข้าใจง่ายๆคือ ควอทซ์หินสีขาวใสที่มีวัตถุต่างอยู่ด้านในอีกที
  • ชื่อ "โป่งข่าม" มีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า ใช้เรียก แร่ธาตุควอทซ์ที่มาจากอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เท่านั้น แต่ในปัจจุบันเหตุผลด้านการค้าและการศึกษา จึงมีแร่ควอทซ์ซิ่งมีลักษณะเดียวกันมาจากหลายแหล่งทั้งในและนอกประเทศ ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลความบริสุทธ์ใจและให้เกียรติต่อแหล่งค้นพบคือ การระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจน เช่น โป่งข่ามอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง , โป่งข่ามพม่า , โป่งข่ามจีน ฯลฯ แต่ที่ยังใช้คำว่า โป่งข่ามกับควอทซ์ที่มาจากต่างประเทศเพราะเหตุที่ว่า คนที่เล่นพลอยในประเทศไทย รู้จักพลอยตระกูลนี้ในนาม โป่งข่าม ยกตัวอย่างชัดเจนของแร่ Ruby หรือชื่อไทยคือ ทับทิม ถ้าจะให้ชัดเจนก็ระบุแหล่งที่มาด้วยคือ ทับทิมสยาม ทับทิมพม่า ทับทิมอาฟริกา เป็นต้น
  • ส่วนมากเรียกสั้นๆขึ้นต้นว่า แก้ว เพราะลักษณะเหมือนใสเหมือนแก้ว และศัพท์โบราณคือ แก้วมณีรัตนะ แปลตามความหมาย แก้วใส+พลอยมีค่า+ธรรมชาติ
  • แนวเป็นทางการหน่อยก็นี่เลยครับ ใบระบุวิเคราะห์จากสถาบันอัญมณีศาสตร์ ( SGS ) ระบุชัดเจนว่า เป็น ควอทซ์ธรรมชาติ 
  1. โป่งข่าม คือ หมวดย่อยของแร่ควอทซ์ที่มีรูปผลึกและมีมลทินปรากฎอยู่ด้านใน หรือเข้าใจง่ายๆคือ ควอทซ์หินสีขาวใสหรือขุ่น ที่มีวัตถุต่างอยู่ด้านในอีกที เช่น ร็อคคริสตัล มีแร่ธาตุอะไรก็ได้อยู่ด้านใน 
  2. แร่ควอทซ์อื่นๆ จะมีชื่อสากลแยกประเภทชัดเจน เช่น อเมทิสต์(สีม่วง) ซิทริน(สีเหลือง) โรสควอทซ์(สีชมพู) อะเวนจูรีน ตาเสือ Tiger 's eye ควอทซ์ตาแมว และไม่รวมถึง แร่คาลซิโดนี เช่น อาเกตสีต่างๆ คาร์นิเลียน ซาร์ด มิลกี้คาลซิโดนี คริสโซเพลส หินเลือด แจสเปอร์ พรีไนท์ 

 2. อยากเก็บสะสมโป่งข่าม เริ่มยังไงดี

  • แรกเริ่มควรศึกษาก่อนว่า หินตระกลูควอทซ์และหมวดย่อยที่เรียกว่าโป่งข่ามคืออะไร แหล่งข้อมูลเพียบจากหนังสือตามสถาบันวิเคราะห์พลอย,แผงหนังสือ,เว็บไซด์ต่างๆและอีกมากมาย ซึ่งต้องยอมรับว่าข้อมูลแต่ละที่ก็แตกต่างกันออกไป
  • ศึกษาโป่งข่ามมีว่ามีลักษณะใดบ้าง ซึ่งปัจจุบันมีมากมาย ว่าแบบทั่วไป แบบแปลกๆ แบบพบได้ยาก แบบที่ชอบ
  • แนะนำว่า ลงสนามตลาดพลอยจริงก็จะดีมากครับ

 3. แล้วเราจะรู้แหล่งที่มาได้อย่างไร และที่ไหนดีที่สุด

  • ตอบตามตรงว่ายากมากๆ สำหรับผู้เริ่มต้นว่าโป่งข่ามนั้นมาจากแหล่งใด บ่อใด ประเทศอะไร เพราะทุกวันนี้มีโป่งข่ามจากแหล่งต่างๆมากมาย เช่น จีน พม่า ไทย บราซิล และอนาคตไม่แน่ว่าอาจมีจากเขมร เวียดนาม ลาว หากคนสามารถค้นพบ ก้เป็นได้
  • ***ข้อนี้เพื่อเป็นการไม่ทำให้วงการโป่งข่ามเสื่อม*** ผมขอร้องพ่อค้าแม่ค้าโป่งข่ามทุกๆท่านจากทุกๆที่ต้องมีจรรยาบรรณในการค้า เพราะการระบุแหล่งที่มาแบบขอไปทีก็ไม่มีผลดีกับใครเลย และการอ้างอิงสิ่งที่เกินความจริง ช่วยในการขาย เช่น ช่วยรักษาโรค ช่วยให้รวย ขอเถอะครับวงการจะเสื่อม
  • การระบุแหล่งที่มาควรระบุอย่างชัดเจน เช่น โป่งข่ามอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง,โป่งข่ามพม่า,ไหมบราซิล,ขนเหล็กจีน  เพราะราคาหรือคุณลักษณะแต่ละแหล่งที่มานั้นไม่เหมือนกัน
  • แหล่งที่มาที่ดีที่สุดบอกไม่ได้ครับ เพราะธรรมชาติเป็นผู้ให้กำหนด สิ่งแปลกใหม่ สวยงาม สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ทุกที่ ขึ้นกับแต่คนเราจะพบเจอหรือไม่นั้นเอง และตีราคา คุณค่าของโป่งข่ามกันเอง
  • จำเป็นมั้ยที่ว่า แหล่งที่นั้นต้องแพงกว่าแหล่งที่นี่ บอกแบบเต็มปากว่า ไม่จำเป็นหรอกครับ แต่ละแหล่งย่อมมีคุณค่าในตัวของเค้าเอง ประกอบกับความชำนาญในการแต่งของช่างผู้ชำนาญ สามารถดึงจุดเด่นของโป่งข่ามแต่ละเม็ดให้สวย และมีคุณค่าอย่างไรมากกว่า

 4. โป่งข่ามมีปลอม เก๊ ไม่แท้มั้ย

  • ปลอม เก๊ ไม่แท้ โป่งข่ามในความหมายของผมคือ ไม่ใช่พลอยตระกลูควอทซ์จากธรรมชาติ แต่สังเคราะห์ขึ้นมา ไม่รวมว่าจะมาจากแหล่งใด  
  • ที่สังเคราะห์จากสารเคมียังไม่ปรากฎ เพราะอาจด้วยสาเหตุที่ว่า โป่งข่ามแต่ละเม็ดหรือชิ้นนั้นลวดลายเหมือนลายนิ้วมือคนเราคือ ไม่เหมือนกันสักเม็ดเดียว และเหตุผลของการที่ในวัตถุดิบในธรรมชาติยังมีเยอะมาก การทำสังเคราะห์เลียนแบบจึงไม่จำเป็นเลย
  • อาจมีบ้าง การทำให้ลายเนื้อเหมือนธรรมชาติ เช่น ประเภทแก้วเข้าแก้ว มีการเจาะรูแต่งด้านล่างให้เหมือนกับเป็นลวดลายเข้าแก้วจริง แต่แท้ที่จริงลวดลายของแก้วเข้าแก้วคือ เป็นการเกิดก่อตัวของแก้วผลึกหนึ่งแทงเข้าจากด้านใดด้านหนึ่งหรือลอยอยู่ในผลึกแก้วอีกลูกต่างหาก

 5. โป่งข่ามมีกี่ประเภท กี่ลักษณะ

ตอบว่าเยอะมาก ตอบไม่ได้ตราบใดที่มนุษย์ยังตั้งชื่อใหม่ๆอยู่เรื่อยๆและธรรมชาติที่คนเรายังไม่สามารถค้นพบ  แต่ระบุเป็นประเภทได้ตามหลักการของภาคเหนือโบราณที่ควรรู้จักไว้แบ่งหมวดได้คร่าวๆดังนี้ครับ

  • แก้วเขี้ยวหนุมาน คือ หินควอทซ์ที่มีลักษณะเป็นรูปผลึกจับตัวชัดเจนหกหรือแปดเหลี่ยม เป็นแท่งยาวปลายแหลม มีสีขาวใสหรือขุ่น ส่วนมากขึ้นเป็นกอพุ่ม อาจมีหลายสีสีม่วงเรียกอะเมทิสต์ สีเหลืองเรียกซิทริน

  • แก้วขนเหล็ก คือ แก้วควอทซ์สีขาวใสหรือขุ่นน้ำขม มีเส้นรูไทร์สีดำ แทงเป็นเส้น มีลักษณะหลากหลายเส้นคล้ายไส้ดินสอกด จะเล็ก ใหญ่ เรียงเป็นแพร มีหลากหลายรูปแบบ  

  • แก้วไหม คือ แก้วลักษณะเดียวกับขนเหล็กแต่ส่วนมากเรียกตามสีของรูไทร์ เช่นสีทองก็เรียก ไหมทอง ,สีเงินเรียก ไหมเงิน สามารถมีหลายสีได้เช่น สีเขียว สีเหลือง สีแดง และอีกมากมาย

  • แก้วทรายคำ คือ ลักษณะมองแล้วคล้ายกับทราย ส่วนมากจะพบเรียงตัวเป็นพื้น สามารถพบได้หลายสี อาจมีประกายมองคล้ายเม็ดทรายเวลาเจอแดด

  • แก้วปวก คือ ปวกเป็นภาษาเหนือมีความหมาย ฟอง ต่อมน้ำ ลักษณะแบบฟองน้ำ,ปุยขนมปัง,จอมปวก,ตะไคร่น้ำ,สปริง และอีกมากมาย มีหลากหลายสี

  • แก้วหมอกมุงเมือง คือ แก้วที่มีลักษระไรแก้วฝ้า ,สายหมอก,ลายเมฆ,ลายผ้า,แนวหมอกขุ่นจากขนเล็กๆรวมกัน และมีหลากหลายสี

  • แก้วนางขวัญหรือจอมขวัญ คือ แก้วสีม่วง ลักษณะการเกิดคล้ายกับอะเมทิสต์ มีทั้งสีอ่อนและเข้ม

  • แก้ววิฑูร หรือ หนามเฮี้ยง คือ แก้วที่มีลักษณะเส้นเล็กๆเรียงตัวเป็นสาย ส่วนมากสีเหลือง ไล่สีเข้มไปอ่อน มีทั้งใสและตัน

  • แก้วพิรุณฝนแสนห่า คือ  แก้วที่มีลักษณะเหมือนเส้นลวดลาย เรียงตัวเหมือนสายฝนหรือขนสัตว์ มีได้หลากหลายรูปแบบและสี

  • แก้วกาบ คือ แก้วที่มีกาบลักษณะเหมือน แผ่นคล้ายใบไม้หรือแผ่นแร่ต่างๆ มีหลายแบบและสี

  • แก้วเข้าแก้ว คือ แก้วซ้อนแก้ว แบบว่า แก้วเล็กๆแทงอยู่ในแก้วใหญ่อีกที จะติดด้านใดด้านหนึ่งหรือลอยอยู่ตรงกลางก็ได้ มีลักษณะมากมายในการแทงของผลึก หรืออาจเป็นผลึกแร่อื่นๆก็ได้

  • แก้วสลักเสี้ยน คือ แก้วที่มีลักษณะเป็นเส้นเสี้ยนไม้หรือแท่งเหล็ก เล็กหรือใหญ่ ก็ได้

  • ทั้งหมดที่กล่าวมา แก้วแต่ละประเภทสามารถรวมกันอยู่ในเม็ดเดียวได้ และอีกหลากหลายมากมายบรรยายไม่หมดครับ

 6. โป่งข่ามมีลักษณะพิเศษที่น่าสนใจ ยกตัวอย่าง (เท่าที่ค้นพบ)

  • แก้วแร คือ ลักษณะแถบสีประกายคล้ายตาแมวหรือขึ้น เหลือบๆ ปุยๆ

  • แก้วสามกษัตริย์ คือ ลักษณะสามประเภทในหนึ่งเดียว หรือมากกว่านั้นก็ได้ 

  • แก้วมังคละจุฬามณี คือ แก้วที่มีรูปลักษณะคล้ายสิ่งมงคลต่างๆ เช่นใบโพธ์ เจดีย์ รูปสิงห์ และอื่นๆ

  • แก้วสักรชาติ คือ ประกายของแก้วอาจมีสีรุ้ง เหลือบสี หรือสตาร์  

  • แก้วพรมสามหน้า คือ ที่นี้ผมหมายถึงลักษณะของแก้วประเภทต่างๆคล้ายปิระมิด มีทั้งสามหรือสี่หน้า

  • แก้วลักษณะพิเศษตามธรรมชาติ ที่นอกเหนือนี้ หรืออาจเรียกว่า แก้วเข้าแร่ คือมีอื่นๆที่อยู่ในแก้วอีกที เช่น มีน้ำอยู่ด้านใน มีโพรงทรายวิ่งไปมาได้ หรือมีแร่ต่างๆอยู่ด้านในเช่น ผลึกที่เรียกว่า เป๊ก ซึ่งเมื่อเราศึกษาและอยู่ในวงการและพื้นที่จริงเราจะพบว่า มีลักษณะอีกมากมายที่ไม่มีบ่งบอกตามตำราหรือแหล่งข้อมูลใด

7. แล้วแบบไหนหายากหาง่าย แบบไหนสวยไม่สวย แล้วราคามาตราฐานหละ

โดยทั่วไปโป่งข่าม นั้นต้องนึกถึงคำนี้เลย พลอยทุกประเภทนั้นมีระดับชั้นของเค้าอยู่ในตัวเอง ถือเป็นพลอยที่มีราคาซื้อขายกันพอสมควร การหายากหรือง่าย สวยหรือไม่ ย่อมแสดงออกด้านราคา ยกตัวอย่างเข้าใจง่ายๆ ซึ่งราคาต่างๆล้วนเป็นไปตามกลไกของตลาดพลอย

  • หาง่ายหายาก โป่งข่ามที่หาได้ง่ายตามหลักการเศรษฐศาตร์แล้วย่อมมีปริมาณที่มาก ราคาย่อมถูกเป็นธรรมดา  ส่วนที่หายากย่อมมีปริมาณที่น้อย ราคาย่อมสูงเป็นธรรมดา
  • ลักษณะสวยไม่สวย ขึ้นกับ ผู้ที่ต้องการครอบครองหละครับ เพราะแต่ละเม็ดสวยแตกต่างกัน บางคนชอบปวก แต่บางท่านชอบแก้วเข้าแก้ว สวยไม่สวยอยู่ที่ตาเลือกหละครับ แต่โดยรวมขอให้ดูสวยดีกว่า
  • ราคาไม่มีมาตราฐานใดๆมาวัดเหมือนทองคำ แต่ราคาขึ้นกับความต้องการของตลาดครับ เพราะหากตลาดมีความต้องการ ย่อมส่งผลให้พลอยราคาขยับไปด้วยครับ ขึ้นลงตามกลไกตลาด
  • ที่สำคัญให้จำไว้ว่า แต่ละชนิดของโป่งข่ามย่อมมีทั้งถูกและแพง ขึ้นกับปัจจัยด้านในดูโดยรวม สวยหรือไม่หายากมั้ย เปรียบเทียบง่ายๆแก้วขนเหล็ก 2 เม็ดหลังเบี้ยขนาดและรูปร่างเหมือนกัน เช่น แก้วขนเหล็กเม็ดนี้ราคา 200 บาทเพราะ ใม่ใสเท่าไหร่ แต่แก้วขนเหล็กอีกเม็ดเป็นแบบสามกษัตริย์ สามสี ราคา 3500 บาท เพราะสวยกว่า หายากกว่า ไม่จำเป็นว่าแก้วขนเหล็กต้องราคาถูกเสมอไปซะทั้งหมด ขึ้นกับปัจจัยของเค้าต่างหากที่เป็นตัวกำหนดราคา

8. โฉลกของผู้ครอบครอง มีมั้ย

  • ตามความเชื่อของผมแล้วปกติผมเชื่อว่า ใส่โป่งข่ามแล้วมีความสุขทางใจ ใส่ไปไหนก็มีแต่คนถามเพราะเค้ามีเสน่ห์ในตัวของเค้า และที่สำคัญ คิดดี ทำดี แล้วโป่งข่ามก็จะให้โชคให้ลาภเราเองหละครับ  เอาเป็นว่าผู้ที่ครอบครองโป่งข่ามนั้นไม่จำกัด ขอว่าสวย ถูกใจ ชอบ พอสรรหาได้ ก็ใช้ได้แล้วหละครับ
  • ที่ว่าเกิดวันนี้ใส่แบบนี้ ราศีนั้นใส่แบบนั้น เกิดวันนี้ใส่แบบโน้นรวย เกิดเดือนนี้ใส่นั่นมีบารมีผู้คนชอบ ผมว่าเป็นเพียงความเชื่อและหลักการขาย ถ้าคนเรามีโป่งข่ามแพงๆแต่ไม่ทำงานก็ไม่มีทางเจริญร่ำรวย ใส่โป่งข่ามแล้วหยิ่งไม่ยกมือไหว้ใครก็ใครจะไปรัก แบบว่าผมว่าเป็นความเชื่อส่วนตัวของแต่ละคนครับ เหมือนพระเครื่องบูชานั้นหละ
  • แนะนำว่าชอบแบบไหนสีอะไรโดนใจก็เลือกหา สะสมเลย ไม่ต้องคิดมาก

9. วิธีเก็บดูแลรักษาโป่งข่าม

  • เก็บไว้ตามธรรมดาเลยครับ โป่งข่ามนั้นทนทานอยู่แล้ว แต่ห้ามลนไฟนานๆอาจแตกร้าวได้
  • อาจล้างน้ำเปล่า ใช้ผ้านุ่มๆเช็ดก็พอแล้วครับ

10. วิธีการบูชาโป่งข่าม

  • มีหลายสำนักและมากมายความเชื่อ แต่สำหรับผมบอกได้คำเดียวครับว่า "คิดดี ทำดี เคารพในโป่งข่าม" แค่นี้ก็ได้ดีแล้วหละครับ 

 

 

ผู้ลงบทความ : ตูมตาม